สาเกของโคจิ

จังหวัดโคจิเป็นแหล่งรวมผู้คนที่ชื่นชอบเหล้าสาเกมาตั้งแต่ในอดีต ถึงขนาดเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศว่าเป็น "ดินแดนแห่งสาเก" ขอแนะนำจุดเด่นของเหล้าสาเกญี่ปุ่นที่ผลิตขึ้นที่นี่ โรงเหล้าเก่าแก่ 18 แห่ง อาหารที่ควรทานร่วมกับเหล้าสาเก ไปจนถึงวัฒนธรรมต่างๆ ของโคจิที่เกี่ยวข้องกับเหล้าสาเก

เหล้าญี่ปุ่นของเมืองโคจิคืออะไร

เหล้าสาเกญี่ปุ่นจะมีรสชาติและลักษณะเด่นที่แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องที่ที่ผลิต เหตุที่เป็นเช่นกันกล่าวกันว่าเนื่องจากวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมการรับประทานของท้องถิ่นมีมีผลอย่างมาก อันที่จริงสภาพภูมิอากาศที่อบอุ่นของจังหวัดโคจิทำให้มีฝนตกชุกและมีความชื้นสูง เป็นสภาพแวดล้อมที่ยากต่อการใช้การทำงานของจุลินทรีย์สำหรับการผลิตสาเก ดังนั้นโรงเหล้าสาเกแต่ละแห่งจึงพัฒนาเทคนิคเพื่อส่งมอบเหล้าสาเกญี่ปุ่นที่เปี่ยมไปด้วยความเป็นต้นตำรับให้ได้อย่างต่อเนื่อง
ในจังหวัดโคจิที่จับปลาเนื้อแดงอย่างเช่นปลาคัทสึโอะ และปลาหนังสีเงินอย่างปลาซาบะได้มากนั้น นิยมดื่มเหล้าสาเกรสอ่อนแบบดราย ลื่นคอ และรสไม่ตีกับรสชาติอันเข้มข้นของวัตถุดิบเป็นหลัก เมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็มีการผลิตเหล้าหวานที่มีสาเกญี่ปุ่นเป็นเบส อีกทั้งรสชาติที่ใช้ผลไม้ตระกูลส้มที่ปลูกในจังหวัดโคจิ เช่น ส้มยูซุ ส้มนะโอะชิชิก็ได้รับความสนใจในฐานะที่เป็นรสชาติซึ่งหาที่ไหนไม่ได้นอกจากที่โคจิเท่านั้น

โรงเหล้า 18 แห่งในโคจิ

ในจังหวัดโคจิจากเมืองทะโนะที่อยู่ทางทิศตะวันออกไปจนถึงเมืองสุคุโมะที่อยู่ทางทิศตะวันตกมีโรงเหล้า 18 แห่ง น้ำที่ขาดไม่ได้ในการผลิตเหล้าสาเกในแต่ละแห่งก็จะมีแหล่งน้ำชั้นเลิศอยู่ เช่น แม่น้ำที่มีน้ำใสคุณภาพดีอย่าง "แม่น้ำชิมันโตะ" และ "แม่น้ำนิโยะโดะ" แหล่งน้ำที่มีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์อย่าง "น้ำทะเลลึก" ส่วนข้าวที่เป็นพื้นฐานของรสชาติก็มีการเก็บเกี่ยวและคิดค้นพัฒนาข้าวสายพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโคจิที่เข้ากับสภาพดินฟ้าอากาศของโคจิ ให้เกิดความเป็นต้นตำรับ นอกเหนือจาก "น้ำ" และ "ข้าว" แล้ว โรงเหล้าแต่ละแห่งก็ใช้ "ทักษะ" ที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่อดีตและพยายามผลิตเหล้าสาเกที่มีรสชาติเยี่ยม
นอกจากนี้ โรงเหล้าหลายแห่งก็สามารถเข้าไปทัศนศึกษาได้ เช่น โรงเหล้าที่เก่าแก่ที่สุดในโคจิซึ่งยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน "โรงเหล้านิชิโอกะ" ก็เป็นหนึ่งในนั้น ภายในตัวอาคารที่สร้างขึ้นมานานกว่า 230 ปีก่อน (*) มีทั้งความเคร่งขรึมและความขลัง สภาพภายนอกอาคารเองก็ยังคงสภาพเดิมในอดีต ภายหลังจากการทัศนศึกษา สามารถชิมเหล้าได้ฟรีอีกด้วย
(*) อาจจะไม่สามารถเข้าชมภายในโรงเหล้าได้ในบางช่วงหรือบางสถานการณ์

อาหารขึ้นชื่อที่ควรทานร่วมกับเหล้าสาเกญี่ปุ่น

ลองมาตรวจเช็คกันก่อนว่ามีอาหารดั้งเดิมของโคจิอะไรบ้างที่เข้ากันได้ดีกับเหล้าสาเกญี่ปุ่น
อาหารดังกล่าวก็คือกับแกล้มที่เรียกว่า "ชุโท" ซึ่งเป็นเครื่องในของปลาคัทสึโอะดองเกลือ ในภาษาญี่ปุ่นเขียนด้วยตัวอักษรที่แปลว่า "ขโมย" กับ "เหล้า" ที่มาของชื่อมาจากความหมายที่ว่า "เมื่อนำมาทำเป็นกับแกล้ม เหล้าก็หมดไปราวกับถูกขโมย" มีการเล่าขานสืบต่อกันมาว่าครั้งหนึ่งขุนนางในปราสาทโคจิเองก็ถึงกับกล่าวชื่นชม
นอกจากนี้ "โดะโระเมะ" ซึ่งเป็นลูกปลาซาร์ดีน ก็เป็นอาหารเลิศรสอีกอย่างที่อยากให้ลิ้มลองซักครั้ง ที่โคจิจะทานแบบดิบ หรือปรุงรสด้วยมิโสะผสมน้ำส้มสายชู เข้ากันได้ดีมากกับเหล้าสาเกรสอ่อนและดราย
อีกทั้ง "อาหารสะวะจิ" ก็ติดโผด้วยเช่นกัน อาหารสะวะจิหมายถึงอาหารสำหรับงานเลี้ยงซึ่งเป็นการนำปลาดิบซาชิมิ ซูชิ เครื่องเคียงต่างๆ ที่เป็นของอร่อยของโคจิมาจัดเรียงในถาดขนาดใหญ่ รวบรวมของที่อยากทานไว้อย่างแน่นขนัด ล้อมรอบถาดอย่างครื้นเครง แล้วดื่มเหล้าสาเกกันอย่างจุใจ เป็นอาหารพื้นเมืองที่อัดแน่นไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์ที่มีเฉพาะในจังหวัดโคจิ "ดินแดนแห่งเหล้าสาเก" เท่านั้น

วิธีเพลิดเพลิน วิธีดื่มเหล้าสาเกของโคจิ

ที่โคจิ วัฒนธรรมสนุกสนานที่เกี่ยวข้องกับเหล้าสาเกยังคงมีความสำคัญและสืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

■เคนไป / เฮนไป
หมายถึงการสลับกันดื่มเหล้าในแบบฉบับของโคจิ ก่อนอื่นผู้ที่มีอาวุโสน้อยกว่าจะทักทายผู้ที่อาวุโสกว่าด้วยความเคารพแล้วยื่นจอกเหล้าของตนให้ แล้วรินสาเกลงไป นี่คือเคนไป เมื่อได้รับจอกเหล้าแล้วก็ต้องดื่มจนหมดแล้วรินเหล้าสาเกลงไปในจอกดังกล่าวคืนไปยังผู้ให้ นี่คือเฮนไป

■เบคุไฮ
การละเล่นกับไมโกะโดยการหมุนลูกข่างแล้วดื่มเหล้าสาเกจากจอกที่มีลวดลาย โดยจอกเหล้ามี 3 ชนิด 2 ใน 3 จะมีรูเล็กๆ เปิดอยู่ ซึ่งเป็นกลไกที่ทำให้ต้องดื่มเหล้าจนหมดถึงจะวางจอกลงได้

■ฮะชิเคน
นี่ก็เป็นการละเล่นกับไมโกะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโคจิเช่นกัน เล่นโดยการหันหน้าเผชิญกับคู่ต่อสู้ 1 คนจะได้ตะเกียบ 3 แท่ง ทั้งคู่ซ่อนตะเกียบที่แขนแล้วยืนออกมาตรงหน้าอีกฝ่ายแล้วผลัดกันทายจำนวนตะเกียบทั้งหมดที่ยื่นออกมา หากแพ้จะต้องดื่มเหล้าหมดจอก ในวันที่ 1 ต.ค. ของทุกปีซึ่งเป็น "วันเหล้าสาเกญี่ปุ่น" จะมีการจัดงานแข่งขันชิงแชมป์โทะสะฮะชิเคนจากทั่วประเทศญี่ปุ่น