มาสัมผัสโลกลึกลับ! ที่มุโระโตะจีโอพาร์คเซนเตอร์

มุโระโตะตั้งอยู่ปลายสุดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดโคจิ มีทัศนียภาพอันสวยงามของทะเลและผืนดินเป็นบริเวณกว้าง เราจะเห็นหินรูปทรงแปลกประหลาดจำนวนมากและได้สัมผัสกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมด้านอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ใช้ประโยชน์จากน้ำทะเลลึกมุโระโตะและสถานที่ที่จะได้สัมผัสกับสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลล้วนแต่ได้รับความนิยม ลองมาสัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มุโระโตะซึ่งได้รับการรับรองจากจีโอพาร์คด้วย

มุโระโตะจีโอพาร์คคืออะไร?

""จีโอพาร์ค"" คือสถานที่ซึ่งดูแลรักษาภูมิประเทศที่มีความสำคัญ มรดกทางธรณีวิทยา ระบบนิเวศที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว และการดำเนินชีวิตของผู้คนเอาไว้เป็นอย่างดี อีกทั้งดำเนินการโดยนำสิ่งเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาและการพัฒนาชุมชน
โลกเกิดขึ้นในชั้นพื้นดินของท้องทะเลลึกในมหาสมุทรแปซิฟิกราว 50 ล้านปีถึง 16 ล้านปีก่อน และโลกมีการยกตัวขึ้นมาจากการที่แผ่นเปลือกโลกที่อยู่ใต้มหาสมุทรมาชนกับแผ่นทวีป มุโระโตะเป็นสถานที่ซึ่งเราสามารถชมการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกในลักษณะดังกล่าวได้อย่างใกล้ชิด ทรัพยากรดังกล่าวถูกรักษาสภาพไว้และนำมาใช้ประโยชน์ จึงได้รับการรับรองให้เป็น ""มุโระโตะจีโอพาร์ค""

ที่มุโระโตะจีโอพาร์คซึ่งเป็นมรดกโลก เราสามารถชมการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอด ชั้นพื้นดินและฟอสซิลที่มีค่า และสิ่งมีชีวิตที่ถูกกำหนดให้เป็นอนุสาวรีย์ธรรมชาติ เป็นต้น ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตซึ่งใช้ประโยชน์จากลักษณะพิเศษของธรรมชาติและภูมิอากาศมีหลายสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่แห่งนี้ และยังมีสถานที่อันเกี่ยวข้องกับ Kukai (Kobo Daishi) พระสงฆ์ผู้ก่อตั้งนิกายชินกง ตั้งอยู่หลายแห่ง
เชิญมาค้นพบการเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์กับโลกโดยเดินเที่ยวชมสถานที่ที่สามารถสัมผัสกับธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม และร่วมในโปรแกรมของกิจกรรมต่าง ๆ

สิ่งที่ต้องไปดู 1: มุโระโตะจีโอพาร์คเซนเตอร์

"มุโระโตะจีโอพาร์คเซนเตอร์" เป็นสถานที่ซึ่งจะแนะนำภาพรวมของเขตมุโระโตะให้เข้าใจง่าย และบอกวิธีที่จะเพลิดเพลินให้ด้วย เริ่มจากมุมที่สามารถมองเห็นกำเนิดโลกที่มุโระโตะ สิ่งแวดล้อมที่มีลักษณะพิเศษ และการทำงานของผู้คนจากวิดีโอที่แสดงการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งมีการจัดแสดงบอร์ดอธิบายหรือแบบจำลองสามมิติเพื่อให้เข้าใจง่าย คุณจะรู้ว่าควรไปที่ไหนและดูอะไร และสามารถขอคำแนะนำเรื่องการเดินเที่ยวภายในพื้นที่ด้วย ก่อนอื่นขอให้ไปขอข้อมูลที่นี่และออกไปดูสถานที่จริง และขอแนะนำให้กลับมาที่นี่อีกครั้งและหาข้อมูลเกี่ยวกับข้อสงสัยที่เกิดขึ้นจากการออกไปดูสถานที่จริง

สิ่งที่ต้องไปดู 2: แหลมมุโระโตะ

""แหลมมุโระโตะ"" ตั้งอยู่ปลายคาบสมุทรมุโระซึ่งยื่นออกมาเป็นทรงสามเหลี่ยมไปทางมหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อเดินเลียบไปตาม ""ทางเดินรันโช"" ระยะทางยาวราว 2.6 กิโลเมตรซึ่งสร้างขึ้นเลียบชายทะเล คุณจะพบก้นทะเลของทะเลลึกที่เกิดขึ้นราว 16 ล้านปีก่อน หินที่เกิดจากแมกมาที่เย็นและแข็งตัว และชายหาดที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหว เป็นต้น และยังพบเห็นพืชกึ่งเขตร้อนอีกด้วย เช่น มะเดื่อทะเล นอกจากนี้ยังมีสถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับคูไคที่ต้องไปดู เช่น ถ้ำที่ Kukai (Kobo Daishi) บรรลุโสดาบัน ในสถานที่แต่ละแห่งคุณสามารถใช้บริการป้ายแนะนำข้อมูลหลายภาษา โดยพนักงานนำเที่ยวจะอธิบายเกี่ยวกับวิธีดูหินและชั้นพื้นดิน ชื่อพืชพรรณ ประวัติศาสตร์ของมุโระโตะ และชีวิตของผู้คนที่นั่น คุณจึงสามารถเพลิดเพลินได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

● ถ้ำมิคุโระ
ถ้ำที่เกิดขึ้นจากการกัดเซาะของคลื่น ที่นี่เป็นสถานที่ซึ่ง Kukai (Kobo Daishi) มาปฏิบัติธรรมและบรรลุโสดาบันเมื่อราว 1,200 ปีก่อน ความประทับใจในท้องฟ้าและทะเลซึ่งมองเห็นจากตรงนี้ก็อยู่ในตำนานเล่าขานว่าเป็นที่มาของชื่อ ""Kukai) (※1)
(※1) ในภาษาญี่ปุ่น ""空"" (ku) แปลว่าท้องฟ้า ส่วน ""海"" (kai) แปลว่าทะเล

● หินคูไค
หินรูปทรงประหลาดที่มองดูเหมือนใบหน้าด้านข้างของคน

● ชั้นกระแสน้ำขุ่นวน
หินเป็นลายแถบสลับในแนวตั้ง โดยเป็นหินที่เกิดชั้นพื้นดินเป็นแถบสลับกันจากกระแสน้ำที่มีทรายกับโคลนผสมกับน้ำทะเล หมุนและยกตัวขึ้นมา

● หอชมวิวแหลมมุโระโตะ
เป็นจุดที่ชมภูมิประเทศของแหลมมุโระโตะได้ทั้งชายฝั่งตะวันออกและชายฝั่งตะวันตก โดยมีทัศนียภาพที่งดงามอย่างมาก

สิ่งที่ต้องไปดู 3: ประภาคารแหลมมุโระโตะ

ประภาคารสีขาวตั้งอยู่บนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 151 เมตร มองลงมาเห็นปลายสุดของแหลมมุโระโตะและมหาสมุทรแปซิฟิก ตั้งแต่สร้างขึ้นในปี 1899 ได้ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเรือที่แล่นไปมาโดยตลอด ที่นี่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ในบรรดาประภาคารของญี่ปุ่นที่มีอยู่ในปัจจุบัน และมีเลนส์ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากที่สุดในญี่ปุ่น มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เมตร 60 เซนติเมตร และมีระยะที่ส่องแสงไปไกล 49 กิโลเมตร
ใกล้กับประภาคารมีหอชมวิว ที่นี่เป็นที่รู้จักกันในฐานะจุดชมวิวซึ่งมองเห็นประภาคารกับมหาสมุทรแปซิฟิก

ลักษณะภูมิประเทศมีความหลากหลาย

น้ำทะเลลึกเกิดจากกระแสน้ำที่ขึ้นมาใกล้กับระดับน้ำทะเลใกล้กับนอกชายฝั่งมุโระโตะบริเวณทะเลลึกจนถึงปี 2000 น้ำทะเลลึกมุโระโตะที่บริสุทธิ์และมีแร่ธาตุที่สมดุลเกิดขึ้นในทะเลลึกที่แสงอาทิตย์ส่องไม่ถึงนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ

● อควาฟาร์มน้ำทะเลลึกมุโระโตะ
เป็นสถานที่ซึ่งนำน้ำทะเลลึกมาและจ่ายน้ำ คุณสามารถชมนิทรรศการและวิดีโอที่อธิบายเกี่ยวกับน้ำทะเลลึก และวางจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ ที่ใช้น้ำทะเลลึก เช่น ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลผิว เครื่องดื่ม เครื่องปรุง และขนม เป็นต้น
ที่อยู่: 3507-1 ตำบลมุโระโตะมิซากิ อำเภอมุโระโตะ
โทรศัพท์: 0887-24-2822
เวลาทำการ: 09:00-17:00น.
วันหยุดประจำ: วันอาทิตย์, วันหยุดนักขัตฤกษ์
ค่าเข้าสถานที่: ฟรี

● ซีเรสต์มุโระโตะ
เป็นสถานที่ส่งเสริมสุขภาพโดยใช้น้ำทะเลลึกมุโระโตะ มีทั้งบ่อน้ำร้อนซึ่งตั้งอุณหภูมิที่ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย (ราว 34 องศา) อ่างจากุซซี่กลางแจ้ง และซาวน่าแบบฟินแลนด์ เป็นต้น อีกทั้งมีโปรแกรมอื่น ๆ ด้วย เช่น การนวดด้วยพลังน้ำ การเดินในน้ำ และการยืดเส้นในน้ำ เป็นต้น คุณสามารถจ่ายค่าบริการเช่าชุดว่ายน้ำได้
ที่อยู่: 3795-1 ตำบลมุโระโตะมิซากิ อำเภอมุโระโตะ
โทรศัพท์: 0887-22-6610
เวลาทำการ: 10:00-21:00น.
วันหยุดประจำ: วันพุธที่ 2
ค่าเข้าสถานที่: สระว่ายน้ำ-ซาวน่า-ห้องอาบน้ำ 1,300 เยน

จุดแวะเที่ยวในเขตมุโระโตะ

ขอแนะนำพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่สามารถชมสัตว์ทะเลของมุโระโตะและสถานที่ที่จะได้พบกับโลมา เชิญลองแวะมาทานข้าวหน้าปลาคินเมะไดอันแสนอร่อยตอนมื้อเที่ยง

● พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมุโระโตะไฮโค
เดิมเคยเป็นโรงเรียนประถมและดัดแปลงสร้างมาเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ในตู้ปลาที่วางอยู่ในห้องเรียนและสระน้ำกลางแจ้งมีการจัดแสดงสัตว์ทะเลที่ใช้แหแบบอยู่กับที่และปลาที่พนักงานพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำตกมาได้ อีกทั้งยังมีมุมที่เห็นเต่าทะเลและฉลามกำลังเวียนว่ายอยู่ด้วย อย่าพลาดชมการจัดแสดงที่เป็นเอกลักษณ์โดยใช้พื้นที่และอุปกรณ์ในโรงเรียน

● มุโระโตะดอลฟินเซนเตอร์
เป็นสถานที่ซึ่งจะได้สัมผัสกับโลมาเลี้ยง โดยที่นี่จัดเตรียมโปรแกรมกิจกรรมไว้ เช่น มองเห็นโลมาอย่างใกล้ชิด สัมผัสโลมา ให้อาหาร และว่ายน้ำเล่นกับโลมา

● อาหารของมุโระโตะ
""คินเมะได"" เป็นที่รู้จักว่าเป็นปลาทะเลน้ำลึกที่อร่อย โดยเขตมุโระโตะจับได้มากที่สุดในภูมิภาคญี่ปุ่นตะวันตก เขตจับปลาอยู่ใกล้กว่าเมื่อเทียบกับแหล่งผลิตที่อื่น ดังนั้นจึงได้รับความสนใจจากบรรดานักชิมว่าที่มุโระโตะจึงสามารถทานปลาคินเมะไดที่สดใหม่ที่เพิ่งจับมาในวันนั้นได้!